ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ความคุ้มครองที่แตกต่างกันของ ประกันสุขภาพผู้สูงอายุ กับ ประกันชีวิตผู้สูงอายุ


ทุกครอบครัวที่มีผู้สูงอายุในบ้านที่มักจะหาบริษัทประกันสุขภาพผู้สูงอายุหรือประกันชีวิตผู้สูงอายุ ให้รองรับกับความต้องการ เพราะวัยผู้สูงอายุมักจะมีปัญหาโรคภัยไข้เจ็บมากกว่าวัยอื่น ซึ่งการทำประกันผู้สูงอายุนั้น จะช่วยคุ้มครองผู้เอาประกันภัยในเรื่องค่าใช้จ่าย และค่าชดเชยต่างๆ ซึ่งประกันที่เราจะคุ้ยเคยกันส่วนมากก็จะเป็น ประกันสุขภาพผู้สูงอายุ และประกันชีวิตผู้สูงอายุ วันนี้เราจะมาพูดถึงความคุ้มครองของประกันทั้ง 2 แบบกันค่ะ



ความคุ้มครองของประกันสุขภาพสูงวัย
ความคุ้มครองหลักๆของประกันสุขภาพก็คือค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD) และค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) โดยผู้ป่วยในคือการรักษาในโรงพยาบาล นอนโรงพยาบาล ค่าปรึกษาแพทย์เป็นต้น ส่วนผู้ป่วยนอกคือไม่จำเป็นต้องแอดมิทก็รับการรักษาได้ เช่นวินิจฉัยโรคและจ่ายยา เป็นต้น อาจจะแยกออกมาเป็นแบบอื่นได้อีก เช่น

ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งหรือโรคร้ายแรงที่มาตามอายุที่มากขึ้น จะมีรูปแบบประกันสุขภาพแบบนี้คุ้มครองให้อยู่ โดยมากจะแยกกรมธรรม์ กับประกันสุขภาพปรกติและประกันชีวิต เพราะมีเงื่อนไขการคุ้มครองที่ค่อนข้างเฉพาะตัว

ประกันสุขภาพผู้ป่วยใน โดยมักจะให้เพียงค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยในเท่านั้น เพราะปรกติแล้วผู้สูงอายุมักหลีกเลี่ยงการนอนโรงพยาบาลเป็นปรกติ ทำให้การรักษาเกิดได้ยากขึ้นและช้าขึ้น เมื่อบริษัทประกันภัยทำประกันสุขภาพเพื่อผู้สูงอายุ จึงเลือกคุ้มครองแต่เพียงผู้ป่วยในเท่านั้น




ความคุ้มครองของประกันชีวิตผู้สูงอายุ

          ประกันผู้สูงอายุ จะให้ความคุ้มครองการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุและโรคภัยต่างๆ แก่บุคคลที่มีอายุ 50 – 70 ปี และให้ความคุ้มครองไปจนถึงอายุ 90 ปี ส่วนใหญ่จะ ไม่ต้องตรวจสุขภาพ และมีเบี้ยประกันคงที่ตลอดระยะเวลาการคุ้มครอง สิ่งหนึ่งที่ทำให้ ประกันผู้สูงอายุ แตกต่างจากประกันชีวิตทั่วไปคือ ประกันผู้สูงอายุจะจ่ายเงินก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตเท่านั้น และ ผู้เอาประกันไม่สามารถเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ (นอกจากผู้เอาประกันได้ทำประกันที่ให้ความคุ้มครองเพิ่มเติมไว้)

ดังนั้นเมื่อได้รู้ถึงความคุ้มครองของประกันสุขภาพผู้สูงอายุและประกันชีวิตผู้สูงอายุแล้ว ผู้ซื้อประกันภัยก็ควรเลือกซื้อความคุ้มครองที่ตรงกับความต้องการของผู้เอาประกันภัยให้มากที่สุด และศึกษาข้อมูลเบื้องต้นให้ดี ก่อนตัดสินใจด้วยนะคะ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คุณเคยสังเกตวันหมดอายุ ที่ติดอยู่ข้างขวดน้ำดื่มหรือเปล่า?

น้ำดื่ม มีวันหมดอายุด้วยหรือ ?                 ความจริงแล้ว น้ำดื่มไม่ได้หมดอายุนะคะ แต่เป็นภาชนะที่บรรจุน้ำต่างหากที่หมดอายุ และเชื่อว่าหลายคนอาจไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่า น้ำดื่มที่มีขายตามท้องตลาดนั้น จะต้องระบุวันหมดอายุเอาไว้ตาม พ.ร.บ.อาหารและยา (อย.) ด้วยเหตุผลเพราะว่าถึงแม้น้ำจะยังคงบรรจุอยู่ในขวดที่ปิดฝาสนิทและยังคงความใส แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งขวดพลาสติกที่บรรจุจะหมดสภาพลงไปเรื่อยๆ เพราะขวดน้ำดื่มบางชนิดถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้ครั้งเดียว ดังนั้นเมื่อเราซื้อน้ำดื่มที่บรรจุขวดขายตามร้านค้าบ่อยๆ ก็ควรรู้เรื่องดังต่อไปนี้ด้วยนะคะ ·          น้ำที่เปิดขวดทานแล้ว ควรทานให้หมด ไม่ควรเก็บนานเกิน 2 อาทิตย์ โดยเฉพาะที่ยกดื่มสู่ปาก เพราะ จุลินทรีย์และแบคทีเรีย จะเติบโตในน้ำที่เหลือได้ ·          น้ำดื่มขวดแก้ว และขวดพลาสติกใส ดีกว่าพลาสติกสีขาวขุ่น เช่น น้ำสิงห์ขวดแก้ว ·          ไม...

ประกันออมเงินเพื่ออนาคตของลูกน้อย อีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยออมเงินให้ลูก

                คุณพ่อ คุณแม่ที่มีลูกน้อย อย่าเพิ่งเบือนหน้าหนีเมื่อได้ยินคำว่าประกัน นะคะ เพราะปัจจุบันค่าครองชีพมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมาก ไหนจะค่าเทอม อุปกรณ์การเรียน ค่าเรียนพิเศษ ฯลฯ ถ้าคิดอยากส่งลูกให้ถึงฝั่งฝัน เงินก็เป็นปัจจัยหลักเหมือนกัน การ ออมเงินให้ลูก โดนการทำประกันนั้นก็เป็นตัวช่วยการออมอีกอย่าง แถมยังได้รับการคุ้มครองชีวิตไปด้วย ซึ่งเหตุผลหลักที่พ่อแม่ควรออมเงินด้วยการใช้ประกันออมเงิน มีดังนี้ค่ะ 1. พ่อแม่มือใหม่บางส่วนเป็นมนุษย์เงินเดือน มักไม่มีเวลามาดูแลลูกด้วยตัวเองอยู่แล้ว ง่วนอยู่กับการทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อชีวิตดีๆ ของตัวเอง เพื่อออมเงินให้ลูก ซึ่งต้องจ้างพี่เลี้ยง และซื้อนม ของใช้ต่างๆอีกมากมาย 2. คุ้มครองชีวิตและสุขภาพเมื่อลูกเจ็บป่วยขึ้นมาค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลก็แพง ซึ่งการเก็บเงินด้วยประกันออมเงินจึงเป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่งที่ช่วยในส่วนนี้ 3. ให้ลูกน้อยช่วยออมเงิน เมื่อลูกน้อยโตขึ้น ก็ลองให้เขาช่วยออมเงินดูสิคะ โดยเริ่มออมจากเงินค่าขนมโรงเรียน ซึ่งพ่อแม่ควรสอนให้เขารู้จักเหลื...

ออมเงินแบบไหนดี ? ระหว่างฝากธนาคาร กับ ทำประกันเงินออม

            การออมเงิน มีหลายวิธีซึ่งวิธีที่นิยมทำกันมากที่สุดคงจะเป็นวิธีการฝากเงินกับธนาคาร ในช่วง 4-5 ปีหลังมานี้การทำ ประกันเงินออม แบบสะสมทรพย์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการออมเงินที่ได้รับความมนิยมเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน แล้วการออมเงินทั้งสองแบบนี้มันแตกต่างกันยังไง ออมเงินแบบไหนจะดีกว่ากันไปดูกันเลยค่ะ                 การฝากเงินกับธนาคาร ข้อดีคือเราสามารถถอนเงินออกมาตอนไหนก็ได้ ซึ่งจะมีดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนในการฝากเงิน มีหลายรูปแบบมีความคล่องตัวสูง เมื่อทำการปิดบัญชีจะได้รับเงินที่ฝากไว้คืนทั้งหมดพร้อมกับดอกเบี้ยที่ได้รับด้วย                 การออมเงินโดยการทำ ประกันเงินออม วิธีนี้จะเป็นการที่เราฝากเงินเข้าไปเป็นประจำทุกเดือนหรือทุกปีตามที่บริษัทกำหนด ต้องฝากเงินให้ครบตามที่ระบุในสัญญาถึงจะได้เงินคืน แต่จะไม่ได้เงินกลับมาตามจำนวนที่เราจ่ายไปนะคะ จะได้เป็นเปอร์เซ็นต์แทน ข...