ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

มีโรคประจำตัวอยู่ แต่อยากทำประกันชีวิตผู้สูงอายุ สามารถทำได้ไหม?


ประกันชีวิตผู้สูงอายุ กรมธรรม์เพื่อความคุ้มครองของผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยงในการใช้ชีวิต หรือคนที่ต้องการมีความมั่นคงในชีวิตตัวเอง เพื่อที่ในอนาคตจะได้ไม่ต้องเป็นภาระของลูกหลานหรือมีปัญหาการเงิน ไม่มีเงินเก็บ ไม่มีเงินออม ยามที่เกษียณอายุ แล้วคนที่มีโรคประจำตัวล่ะ จะทำประกันชีวิตได้หรือเปล่า

                คนที่มีโรคประจำตัวทำประกันได้ไหม อย่างที่รู้กันอยู่แล้วนะคะว่า ประกันจะไม่คุ้มครองโรคที่เกิดขึ้นก่อนจะสมัครประกัน แต่ก็ยังพอมีหนทางที่เป็นไปได้อยู่คือ เรามีใบแจ้งคำขอเอาประกันให้บริษัทประกันทราบ ซึ่งบริษัทก็จะใช้ข้อมูลเหล่านี้พิจารณาเพื่ออนุมัติ และมีข้อเสนอใหม่ให้เราพิจารณา สามารถแบ่งออกเป็นสังเขปได้ 4 กรณี ดังนี้

1. อนุมัติให้แต่ต้องเพิ่มเบี้ยประกัน คุ้มครองไปถึงโรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน อาจจะโดนปรับเบี้ยประกันตั้งแต่ 20%-100% ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค
2. อนุมัติแต่ยกเว้นบางโรค ซึ่งก็ต้องดูว่าโรคประจำตัวที่เราเป็นกับโรคที่ยกเว้นตรงกันไหม
3. เลื่อนการรับประกันออกไป เช่น ผู้เอาประกันเพิ่งผ่าตัดมา ต้องพ้นระยะไปก่อนอย่างต่ำ 5 ปี โดยที่ไม่แสดงอาการ
 เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมา บริษัทประกันต้องจ่ายค่าสินไหมเยอะกว่าเบี้ยที่ได้รับ คนมีโรคประจำตัวก็สามารถทำได้ แต่ต้องเลื่อนออกไปก่อน
4. ปฎิเสธรับประกันไปอย่างทันที ผู้เอาประกันอาจจะต้องเพิ่งประกันสังคมแทน

ทางที่ดีควรอ่านข้อเสนอ หรือเงื่อนไขให้ดีและถี่ถ้วนเสียก่อน เพราะบางครั้งการไม่แถลงความจริงให้หมดเปลือก หรือโกหกข้อมูลกับบริษัทประกัน อาจทำให้ไม่สามารถถือกรมธรรม์ได้ หรือไม่ก็ลองเช็กดูว่าประกันแต่ละตัวมีสัญญาเพิ่มเติมอะไรบ้างที่คนมีโรคประจำตัวอย่างเราจะแทรกเข้าไปได้หรือเปล่า

ปัจจุบันมีทั้งประกันมะเร็ง ประกันเบาหวานออกมารองรับผู้ที่เป็นโรคนี้แล้ว แต่สุดท้ายแล้วก็อย่างลืมหมั่นออกกำลังกาย รักษาสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรง อยู่เสมอจะดีกว่านะคะ


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คุณเคยสังเกตวันหมดอายุ ที่ติดอยู่ข้างขวดน้ำดื่มหรือเปล่า?

น้ำดื่ม มีวันหมดอายุด้วยหรือ ?                 ความจริงแล้ว น้ำดื่มไม่ได้หมดอายุนะคะ แต่เป็นภาชนะที่บรรจุน้ำต่างหากที่หมดอายุ และเชื่อว่าหลายคนอาจไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่า น้ำดื่มที่มีขายตามท้องตลาดนั้น จะต้องระบุวันหมดอายุเอาไว้ตาม พ.ร.บ.อาหารและยา (อย.) ด้วยเหตุผลเพราะว่าถึงแม้น้ำจะยังคงบรรจุอยู่ในขวดที่ปิดฝาสนิทและยังคงความใส แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งขวดพลาสติกที่บรรจุจะหมดสภาพลงไปเรื่อยๆ เพราะขวดน้ำดื่มบางชนิดถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้ครั้งเดียว ดังนั้นเมื่อเราซื้อน้ำดื่มที่บรรจุขวดขายตามร้านค้าบ่อยๆ ก็ควรรู้เรื่องดังต่อไปนี้ด้วยนะคะ ·          น้ำที่เปิดขวดทานแล้ว ควรทานให้หมด ไม่ควรเก็บนานเกิน 2 อาทิตย์ โดยเฉพาะที่ยกดื่มสู่ปาก เพราะ จุลินทรีย์และแบคทีเรีย จะเติบโตในน้ำที่เหลือได้ ·          น้ำดื่มขวดแก้ว และขวดพลาสติกใส ดีกว่าพลาสติกสีขาวขุ่น เช่น น้ำสิงห์ขวดแก้ว ·          ไม...

ออมเงินแบบไหนดี ? ระหว่างฝากธนาคาร กับ ทำประกันเงินออม

            การออมเงิน มีหลายวิธีซึ่งวิธีที่นิยมทำกันมากที่สุดคงจะเป็นวิธีการฝากเงินกับธนาคาร ในช่วง 4-5 ปีหลังมานี้การทำ ประกันเงินออม แบบสะสมทรพย์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการออมเงินที่ได้รับความมนิยมเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน แล้วการออมเงินทั้งสองแบบนี้มันแตกต่างกันยังไง ออมเงินแบบไหนจะดีกว่ากันไปดูกันเลยค่ะ                 การฝากเงินกับธนาคาร ข้อดีคือเราสามารถถอนเงินออกมาตอนไหนก็ได้ ซึ่งจะมีดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนในการฝากเงิน มีหลายรูปแบบมีความคล่องตัวสูง เมื่อทำการปิดบัญชีจะได้รับเงินที่ฝากไว้คืนทั้งหมดพร้อมกับดอกเบี้ยที่ได้รับด้วย                 การออมเงินโดยการทำ ประกันเงินออม วิธีนี้จะเป็นการที่เราฝากเงินเข้าไปเป็นประจำทุกเดือนหรือทุกปีตามที่บริษัทกำหนด ต้องฝากเงินให้ครบตามที่ระบุในสัญญาถึงจะได้เงินคืน แต่จะไม่ได้เงินกลับมาตามจำนวนที่เราจ่ายไปนะคะ จะได้เป็นเปอร์เซ็นต์แทน ข...

ข้อควรรู้ก่อนวางแผนลดหย่อนภาษี ด้วยประกันบำนาญ

เราอาจจะเคยได้ยินกันมาหนาหูว่า การทำประกันชีวิต สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ เพราะช่วยในการลดหย่อนภาษีและได้ผลตอบแทนไปพร้อมๆกัน ซึ้งประกันชีวิตที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ นั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือประกันชีวิตแบบทั่วไป และ ประกันบำนาญ   บทความนี้เราจะมาดูข้อควรรู้ก่อนวางแผนลดหย่อนภาษี กันค่ะ 1. ประกันชีวิตได้สิทธิลดหย่อนภาษี รวมทั้งสิ้นสูงสุด 300 , 000 บาท โดยแบ่งเป็น ประกันชีวิตแบบทั่วไป จำนวน 100 , 000 บาท และประกันชีวิตแบบบำนาญ จำนวนสูงสุด 15% (ไม่เกิน 200 , 000 บาท) แต่ในความเป็นจริง คุณสามารถใช้ประกันชีวิตแบบบำนาญได้สูงสุดถึง 300 , 000 บาท เพราะเงื่อนไขของประกันชีวิตแบบบำนาญถือว่าเข้าเงื่อนไขประกันชีวิตแบบทั่วไปเช่นเดียวกัน (แต่รวมกันทั้งสองประเภทนั้น จำนวนสูงสุดต้องไม่เกิน 300 , 000 บาท) 2. ระวังการยกเว้นเงินได้ เพราะประกันชีวิตแบบทั่วไปได้สิทธิลดหย่อนภาษี จำนวน 100 , 000 บาทหมายถึง หากสามีหรือภรรยา “ไม่มีรายได้” แต่มีการจ่าย “ค่าเบี้ยประกัน” และนำมายื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้รวมกัน ทำให้สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนค่าประกันชีวิตได้เพียง 10 , 000 บาทเท่านั้น เพราะส่วนที...