ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วิธีการเลือกประกันชีวิตสำหรับผู้สูงอายุ ปี 2017


แบบประกันชีวิตผู้สูงอายุ เป็นแบบประกันชีวิตที่ถูกออกแบบมาสำหรับคนที่มีอายุค่อนข้างมาก ซึ่งวัยนี้มีโอกาสเจ็บป่วยหรืออาจไม่แข็งแรงนัก ทางบริษัทประกันชีวิตจึงได้ออกแบบประกันชีวิตแบบพิเศษ แยกออกมาจากประกันชีวิตแบบอื่นๆ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีโอกาสทำประกันชีวิตได้ ส่วนใหญ่จะ ไม่ต้องตรวจสุขภาพ และมีเบี้ยประกันคงที่ตลอดระยะเวลาการคุ้มครอง  สิ่งที่ทำให้ประกันชีวิตผู้สูงอายุแตกต่างจากประกันทั่วไปคือ ประกันผู้สูงอายุจะได้เงินก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตเท่านั้น วันนี้เลยเอาวิธีการเลือกประกันชีวิตผู้สูงอายุ สำหรับปี 2017 มาฝากกันค่ะ

1. อายุของผู้ทำประกัน ดูอายุว่าอายุของเราหรือของญาติผู้ใหญ่นั้นสามารถทำกรมธรรม์ประกันฉบับใดได้บ้าง ประวัติครอบครัวและไลฟ์สไตล์ ของเราเหมาะสมกับกรมธรรม์ใดมากที่สุด
2. วงเงินเอาประกัน เป็นส่วนสำคัญมากในการเลือก ควรเป็นวงเงินที่สอดคล้องกับความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกันวงเงินมากเบี้ยก็จะมากตามนั่นเอง
3. เงื่อนไขในการลดหย่อนภาษี บางกรมธรรม์ลดหย่อนเฉพาะกรณีที่ผู้เอาประกัน บางกรมธรรม์ลูกหลานสามารถเอาเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้ ต้องเลือกให้ดีด้วยค่ะ
4. เงื่อนไขในรายละเอียด ต้องอ่านให้ละเอียด เพราะอาจจะมีรายละเอียดที่ยิบย่อยมากๆ เช่น ไม่ต้องตรวจสุขภาพ, การแบ่งจ่ายเงินเบี้ยประกัน, จำนวนเงินชดเชยต่องวดปี ฯลฯ

เคล็ดลับรู้ทันประกันไม่ต้องตรวจสุขภาพ
1. รู้ข้อมูลรอบด้าน ถามข้อมูลให้ครบทั้งเบี้ยประกัน ระยะเวลา การตรวจสุขภาพ เพื่อเป็นข้อมูลตัดสินใจ ก่อนตกลงเซ็นต์สัญญา
2. เก็บหลักฐานการเสนอขาย เอกสารต่างๆ ทั้งโบรชัวร์ โฆษณาทางทีวี หรือกรณีทำประกันทางโทรศัพท์ให้บันทึกข้อตกลงไว้เป็นหลักฐาน ใช้เป็นหลักฐานในการต่อสู้คดีได้
3. ตรวจสอบกรมธรรม์ เมื่อได้รับกรมธรรม์ให้ตรวจสอบความถูกต้องทั้งชื่อ ข้อมูลการทำประกัน เมื่อไม่ตรงตามที่ตกลงไว้ ให้ทำหนังสือบอกเลิกสัญญาภายใน 30 วัน


ประกันชีวิตผู้สูงอายุ จะช่วยลดความเสี่ยง และให้ความคุ้มครองกับผู้สูงอายุที่คุณรัก แต่การดูแลบุคคลในครอบครัวขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ อย่าลืมศึกษาข้อมูลที่จำเป็นก่อนตัดสินใจเซ็นต์สัญาด้วยนะคะ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คุณเคยสังเกตวันหมดอายุ ที่ติดอยู่ข้างขวดน้ำดื่มหรือเปล่า?

น้ำดื่ม มีวันหมดอายุด้วยหรือ ?                 ความจริงแล้ว น้ำดื่มไม่ได้หมดอายุนะคะ แต่เป็นภาชนะที่บรรจุน้ำต่างหากที่หมดอายุ และเชื่อว่าหลายคนอาจไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่า น้ำดื่มที่มีขายตามท้องตลาดนั้น จะต้องระบุวันหมดอายุเอาไว้ตาม พ.ร.บ.อาหารและยา (อย.) ด้วยเหตุผลเพราะว่าถึงแม้น้ำจะยังคงบรรจุอยู่ในขวดที่ปิดฝาสนิทและยังคงความใส แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งขวดพลาสติกที่บรรจุจะหมดสภาพลงไปเรื่อยๆ เพราะขวดน้ำดื่มบางชนิดถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้ครั้งเดียว ดังนั้นเมื่อเราซื้อน้ำดื่มที่บรรจุขวดขายตามร้านค้าบ่อยๆ ก็ควรรู้เรื่องดังต่อไปนี้ด้วยนะคะ ·          น้ำที่เปิดขวดทานแล้ว ควรทานให้หมด ไม่ควรเก็บนานเกิน 2 อาทิตย์ โดยเฉพาะที่ยกดื่มสู่ปาก เพราะ จุลินทรีย์และแบคทีเรีย จะเติบโตในน้ำที่เหลือได้ ·          น้ำดื่มขวดแก้ว และขวดพลาสติกใส ดีกว่าพลาสติกสีขาวขุ่น เช่น น้ำสิงห์ขวดแก้ว ·          ไม...

ออมเงินแบบไหนดี ? ระหว่างฝากธนาคาร กับ ทำประกันเงินออม

            การออมเงิน มีหลายวิธีซึ่งวิธีที่นิยมทำกันมากที่สุดคงจะเป็นวิธีการฝากเงินกับธนาคาร ในช่วง 4-5 ปีหลังมานี้การทำ ประกันเงินออม แบบสะสมทรพย์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการออมเงินที่ได้รับความมนิยมเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน แล้วการออมเงินทั้งสองแบบนี้มันแตกต่างกันยังไง ออมเงินแบบไหนจะดีกว่ากันไปดูกันเลยค่ะ                 การฝากเงินกับธนาคาร ข้อดีคือเราสามารถถอนเงินออกมาตอนไหนก็ได้ ซึ่งจะมีดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนในการฝากเงิน มีหลายรูปแบบมีความคล่องตัวสูง เมื่อทำการปิดบัญชีจะได้รับเงินที่ฝากไว้คืนทั้งหมดพร้อมกับดอกเบี้ยที่ได้รับด้วย                 การออมเงินโดยการทำ ประกันเงินออม วิธีนี้จะเป็นการที่เราฝากเงินเข้าไปเป็นประจำทุกเดือนหรือทุกปีตามที่บริษัทกำหนด ต้องฝากเงินให้ครบตามที่ระบุในสัญญาถึงจะได้เงินคืน แต่จะไม่ได้เงินกลับมาตามจำนวนที่เราจ่ายไปนะคะ จะได้เป็นเปอร์เซ็นต์แทน ข...

ข้อควรรู้ก่อนวางแผนลดหย่อนภาษี ด้วยประกันบำนาญ

เราอาจจะเคยได้ยินกันมาหนาหูว่า การทำประกันชีวิต สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ เพราะช่วยในการลดหย่อนภาษีและได้ผลตอบแทนไปพร้อมๆกัน ซึ้งประกันชีวิตที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ นั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือประกันชีวิตแบบทั่วไป และ ประกันบำนาญ   บทความนี้เราจะมาดูข้อควรรู้ก่อนวางแผนลดหย่อนภาษี กันค่ะ 1. ประกันชีวิตได้สิทธิลดหย่อนภาษี รวมทั้งสิ้นสูงสุด 300 , 000 บาท โดยแบ่งเป็น ประกันชีวิตแบบทั่วไป จำนวน 100 , 000 บาท และประกันชีวิตแบบบำนาญ จำนวนสูงสุด 15% (ไม่เกิน 200 , 000 บาท) แต่ในความเป็นจริง คุณสามารถใช้ประกันชีวิตแบบบำนาญได้สูงสุดถึง 300 , 000 บาท เพราะเงื่อนไขของประกันชีวิตแบบบำนาญถือว่าเข้าเงื่อนไขประกันชีวิตแบบทั่วไปเช่นเดียวกัน (แต่รวมกันทั้งสองประเภทนั้น จำนวนสูงสุดต้องไม่เกิน 300 , 000 บาท) 2. ระวังการยกเว้นเงินได้ เพราะประกันชีวิตแบบทั่วไปได้สิทธิลดหย่อนภาษี จำนวน 100 , 000 บาทหมายถึง หากสามีหรือภรรยา “ไม่มีรายได้” แต่มีการจ่าย “ค่าเบี้ยประกัน” และนำมายื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้รวมกัน ทำให้สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนค่าประกันชีวิตได้เพียง 10 , 000 บาทเท่านั้น เพราะส่วนที...