ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ประกันผู้สูงอายุแบบไหนบ้าง ที่เหมาะสมและตรงใจที่สุด



                ประกันผู้สูงอายุ เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามโดยเฉพาะครอบครัวใดที่มีญาติผู้ใหญ่ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเรื่องค่ารักษาพยาบาลหรือแม้แต่ความคุ้มครองเรื่องของอุบัติเหตุ การต้องจ่ายเงินให้แก่อนาคตที่ยังไม่แน่นอนนั้น มักทำให้เกิดความกังวลว่าซื้อประกันตอนแก่จะทันไหม ทำอย่างไรจึงจะได้ประกันที่คุ้มค่า และตรงใจที่สุด เพราะทุกวันนี้มีประกันผู้สูงอายุหลากหลายรูปแบบให้เลือก ซึ่งการรจะเลือกให้ตอบโจทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญพี่ต้องพิจารณากันให้ดีก่อนตัดสินใจ โดยสามารถเลือกพิจารณาประกันผู้สูงอายุที่เหมาะสม ดังต่อไปนี้ค่ะ

1. ประกันอุบัติเหตุสำหรับผู้สูงอายุ
ในช่วงวัยนี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าวัยอื่นๆ การทำประกันอุบัติเหตุเอาไว้ จะช่วยให้สามารถเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลได้ เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระที่อาจะเกิดขึ้นได้จากอุบัติเหตุที่เราไม่ทันได้ระวังตัว

2. ประกันสุขภาพผู้สูงอายุ
เนื่องจากผู้สูงอายุมักจะต้องพบเจอกับโรคภัยไข้เจ็บมากมาย โดยเฉพาะโรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน และความดันสูง หากเราลองสังเกตตัวเองหรือผู้สูงอายุในบ้าน ว่าเป็นคนเจ็บป่วยบ่อย เสี่ยงต่อการมีโรคประจำตัวในอนาคต ประกันสุขภาพผู้สูงอายุก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่ควรทำไว้ค่ะ แต่ประกันสุขภาพในวัยนี้ มักจะเสียเบี้ยประกันแพง และได้รับค่าสินไหมน้อยกว่าคนอายุน้อย ดังนั้น ก่อนการซื้อประกัน ก็ควรตรวจสุขภาพของตนเองให้ดีเสียก่อน เพื่อจะได้เลือกเงื่อนไขที่เหมาะสม ในการทำประกันได้อย่างเหมาะสมนะคะ

3. ประกันชีวิตสำหรับผู้สูงอายุ
ประกันชีวิตที่ผู้สูงอายุทำ มักจะเป็นลูกหลาน หรือญาติพี่น้องเป็นคนตัดสินใจเลือกทำให้ เนื่องด้วยเบี้ยประกันที่ไม่สูงมากนัก ทำให้สามารถที่จะเลือกจ่ายประกันได้หลากหลาย เมื่อผู้สูงอายุเสียชีวิต บริษัทประกันก็จะมีการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ให้กับลูกหลานตามที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์


ข้อมูลที่กล่าวไปเบื้องต้น เป็นการทำประกันที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ หากมีการวางแผนที่ดีในการเลือกทำประกันอย่างเหมาะสมที่มีคุณภาพ จะช่วยให้เรากระจายความเสี่ยงและช่วยลดภาระหนี้สินต่างๆ ได้มาก เมื่อเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นมาเพราะเรื่องอาการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ จะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆภายหลังนะคะ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คุณเคยสังเกตวันหมดอายุ ที่ติดอยู่ข้างขวดน้ำดื่มหรือเปล่า?

น้ำดื่ม มีวันหมดอายุด้วยหรือ ?                 ความจริงแล้ว น้ำดื่มไม่ได้หมดอายุนะคะ แต่เป็นภาชนะที่บรรจุน้ำต่างหากที่หมดอายุ และเชื่อว่าหลายคนอาจไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่า น้ำดื่มที่มีขายตามท้องตลาดนั้น จะต้องระบุวันหมดอายุเอาไว้ตาม พ.ร.บ.อาหารและยา (อย.) ด้วยเหตุผลเพราะว่าถึงแม้น้ำจะยังคงบรรจุอยู่ในขวดที่ปิดฝาสนิทและยังคงความใส แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งขวดพลาสติกที่บรรจุจะหมดสภาพลงไปเรื่อยๆ เพราะขวดน้ำดื่มบางชนิดถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้ครั้งเดียว ดังนั้นเมื่อเราซื้อน้ำดื่มที่บรรจุขวดขายตามร้านค้าบ่อยๆ ก็ควรรู้เรื่องดังต่อไปนี้ด้วยนะคะ ·          น้ำที่เปิดขวดทานแล้ว ควรทานให้หมด ไม่ควรเก็บนานเกิน 2 อาทิตย์ โดยเฉพาะที่ยกดื่มสู่ปาก เพราะ จุลินทรีย์และแบคทีเรีย จะเติบโตในน้ำที่เหลือได้ ·          น้ำดื่มขวดแก้ว และขวดพลาสติกใส ดีกว่าพลาสติกสีขาวขุ่น เช่น น้ำสิงห์ขวดแก้ว ·          ไม...

ออมเงินแบบไหนดี ? ระหว่างฝากธนาคาร กับ ทำประกันเงินออม

            การออมเงิน มีหลายวิธีซึ่งวิธีที่นิยมทำกันมากที่สุดคงจะเป็นวิธีการฝากเงินกับธนาคาร ในช่วง 4-5 ปีหลังมานี้การทำ ประกันเงินออม แบบสะสมทรพย์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการออมเงินที่ได้รับความมนิยมเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน แล้วการออมเงินทั้งสองแบบนี้มันแตกต่างกันยังไง ออมเงินแบบไหนจะดีกว่ากันไปดูกันเลยค่ะ                 การฝากเงินกับธนาคาร ข้อดีคือเราสามารถถอนเงินออกมาตอนไหนก็ได้ ซึ่งจะมีดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนในการฝากเงิน มีหลายรูปแบบมีความคล่องตัวสูง เมื่อทำการปิดบัญชีจะได้รับเงินที่ฝากไว้คืนทั้งหมดพร้อมกับดอกเบี้ยที่ได้รับด้วย                 การออมเงินโดยการทำ ประกันเงินออม วิธีนี้จะเป็นการที่เราฝากเงินเข้าไปเป็นประจำทุกเดือนหรือทุกปีตามที่บริษัทกำหนด ต้องฝากเงินให้ครบตามที่ระบุในสัญญาถึงจะได้เงินคืน แต่จะไม่ได้เงินกลับมาตามจำนวนที่เราจ่ายไปนะคะ จะได้เป็นเปอร์เซ็นต์แทน ข...

ข้อควรรู้ก่อนวางแผนลดหย่อนภาษี ด้วยประกันบำนาญ

เราอาจจะเคยได้ยินกันมาหนาหูว่า การทำประกันชีวิต สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ เพราะช่วยในการลดหย่อนภาษีและได้ผลตอบแทนไปพร้อมๆกัน ซึ้งประกันชีวิตที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ นั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือประกันชีวิตแบบทั่วไป และ ประกันบำนาญ   บทความนี้เราจะมาดูข้อควรรู้ก่อนวางแผนลดหย่อนภาษี กันค่ะ 1. ประกันชีวิตได้สิทธิลดหย่อนภาษี รวมทั้งสิ้นสูงสุด 300 , 000 บาท โดยแบ่งเป็น ประกันชีวิตแบบทั่วไป จำนวน 100 , 000 บาท และประกันชีวิตแบบบำนาญ จำนวนสูงสุด 15% (ไม่เกิน 200 , 000 บาท) แต่ในความเป็นจริง คุณสามารถใช้ประกันชีวิตแบบบำนาญได้สูงสุดถึง 300 , 000 บาท เพราะเงื่อนไขของประกันชีวิตแบบบำนาญถือว่าเข้าเงื่อนไขประกันชีวิตแบบทั่วไปเช่นเดียวกัน (แต่รวมกันทั้งสองประเภทนั้น จำนวนสูงสุดต้องไม่เกิน 300 , 000 บาท) 2. ระวังการยกเว้นเงินได้ เพราะประกันชีวิตแบบทั่วไปได้สิทธิลดหย่อนภาษี จำนวน 100 , 000 บาทหมายถึง หากสามีหรือภรรยา “ไม่มีรายได้” แต่มีการจ่าย “ค่าเบี้ยประกัน” และนำมายื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้รวมกัน ทำให้สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนค่าประกันชีวิตได้เพียง 10 , 000 บาทเท่านั้น เพราะส่วนที...