ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

จำเป็นต้องทำหรือไม่ ?ที่ต้องทำประกันชีวิตผู้สูงอายุไว้ให้ตัวเอง



                หลังจากทำงานมาเกือบครึ่งชีวิตแล้วพอเข้าสู่วัยเกษียณสิ่งที่ทุกคนต้องการคือ การมีเงินไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือเป็นค่ารักษาพยาบาล วิธีที่น่าสนใจสำหรับวางแผนเกษียณก็คือการทำประกันชีวิตผู้สูงอายุไว้นั่นเองค่ะ ลองมาดูข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจว่า ประกันสูงอายุทั้งหลายน่าทำมากน้อยแค่ไหน? และให้ประโยชน์อะไรบ้าง

จำเป็นต้องทำหรือไม่ ?
                เนื่องจากผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากโรค อุบัติเหตุ และอาการเจ็บป่วยทั่วไป เป็นต้นเหตุที่ทำให้เสียชีวิตได้ง่ายกว่าคนที่มีอายุน้อย การที่ทำประกันชีวิตผู้สูอายุไว้ก็ถือว่ามีประโยชน์และจำเป็น ซึ่งการทำประกันชีวิตให้พ่อแม่นั้นไม่ได้เป็นการแช่งพวกท่าน ประกันชีวิตชนิดนี้ มีหลักการทำงานที่ไม่ได้แตกต่างจากการทำชีวิตทั่วไป ตัวลูกเองก็สามารถทำประกันชีวิตให้แก่ตัวเองได้ เพื่อเป็นประโยชน์ส่งมอบให้รุ่นลูกหลานของตัวเองต่อไปได้เช่นกันค่ะ

เงื่อนไขหลักๆ โดยทั่วไป คือ
·         อายุระหว่าง 50-70 ปี
·         ความคุ้มครองถึงอายุ 90 ปี
·         คุ้มครองเฉพาะกรณีเสียชีวิต
·         ชำระเบี้ยประกันรายเดือน/ปี
* เงื่อนไขเหล่านี้จะแตกต่างกันออกไปตามแต่บริษัทประกันชีวิต

ของขวัญชิ้นสุดท้ายให้กับลูกหลาน
แม้ว่าสุดท้ายผลตอบแทนก็จะตกอยู่ที่ลูกหลานหลังจากเสียชีวิต แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้สูงอายุที่ทำกรมธรรม์นี้จะไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรเลย เนื่องจากประกันชีวิตผ้สูงอายุมักจะพ่วงมาด้วยประกันสุขภาพหรือประกันอุบัติเหตุเป็นปรกติ ดังนั้นเมื่อลูกหลานทำกรมธรรม์ประกันผู้สูงอายุให้ คนที่รับความคุ้มครองก็จะได้ผลประโยชน์แน่นอน

นอกจากนั้นหากผู้ที่ทำประกันชีวิตผู้สูงอายุ อยู่ได้ถึงตัวเลขที่กำหนดเอาไว้ ก็จะได้รับผลตอบแทนตามที่เงื่อนไขกรมธรรม์รับไว้ 100% ของทุนประกัน หรือ 150% ก็ตามแต่ ที่แน่ๆคือตัวเลขในส่วนนี้ค่อนข้างจะสูง เมื่อเทียบกับเบี้ยประกัน หากจะมองอีกทางหนึ่งก็เป็นเหมือนการลงทุนสำหรับระยะยาวในช่วงบั้นปลายชีวิตด้วย


การเลือกประกันนั้น ควรเลือกที่เหมาะกับตัวเองที่สุด โดยดูได้จากสุขภาพและหน้าที่การงานของผู้จ่ายประกันนั่นเอง แต่ทั้งนี้อย่าลืมอ่านสัญญาให้ครบถ้วน ตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์ทุกครั้ง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวคุณเองนะคะ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คุณเคยสังเกตวันหมดอายุ ที่ติดอยู่ข้างขวดน้ำดื่มหรือเปล่า?

น้ำดื่ม มีวันหมดอายุด้วยหรือ ?                 ความจริงแล้ว น้ำดื่มไม่ได้หมดอายุนะคะ แต่เป็นภาชนะที่บรรจุน้ำต่างหากที่หมดอายุ และเชื่อว่าหลายคนอาจไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่า น้ำดื่มที่มีขายตามท้องตลาดนั้น จะต้องระบุวันหมดอายุเอาไว้ตาม พ.ร.บ.อาหารและยา (อย.) ด้วยเหตุผลเพราะว่าถึงแม้น้ำจะยังคงบรรจุอยู่ในขวดที่ปิดฝาสนิทและยังคงความใส แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งขวดพลาสติกที่บรรจุจะหมดสภาพลงไปเรื่อยๆ เพราะขวดน้ำดื่มบางชนิดถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้ครั้งเดียว ดังนั้นเมื่อเราซื้อน้ำดื่มที่บรรจุขวดขายตามร้านค้าบ่อยๆ ก็ควรรู้เรื่องดังต่อไปนี้ด้วยนะคะ ·          น้ำที่เปิดขวดทานแล้ว ควรทานให้หมด ไม่ควรเก็บนานเกิน 2 อาทิตย์ โดยเฉพาะที่ยกดื่มสู่ปาก เพราะ จุลินทรีย์และแบคทีเรีย จะเติบโตในน้ำที่เหลือได้ ·          น้ำดื่มขวดแก้ว และขวดพลาสติกใส ดีกว่าพลาสติกสีขาวขุ่น เช่น น้ำสิงห์ขวดแก้ว ·          ไม...

ออมเงินแบบไหนดี ? ระหว่างฝากธนาคาร กับ ทำประกันเงินออม

            การออมเงิน มีหลายวิธีซึ่งวิธีที่นิยมทำกันมากที่สุดคงจะเป็นวิธีการฝากเงินกับธนาคาร ในช่วง 4-5 ปีหลังมานี้การทำ ประกันเงินออม แบบสะสมทรพย์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการออมเงินที่ได้รับความมนิยมเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน แล้วการออมเงินทั้งสองแบบนี้มันแตกต่างกันยังไง ออมเงินแบบไหนจะดีกว่ากันไปดูกันเลยค่ะ                 การฝากเงินกับธนาคาร ข้อดีคือเราสามารถถอนเงินออกมาตอนไหนก็ได้ ซึ่งจะมีดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนในการฝากเงิน มีหลายรูปแบบมีความคล่องตัวสูง เมื่อทำการปิดบัญชีจะได้รับเงินที่ฝากไว้คืนทั้งหมดพร้อมกับดอกเบี้ยที่ได้รับด้วย                 การออมเงินโดยการทำ ประกันเงินออม วิธีนี้จะเป็นการที่เราฝากเงินเข้าไปเป็นประจำทุกเดือนหรือทุกปีตามที่บริษัทกำหนด ต้องฝากเงินให้ครบตามที่ระบุในสัญญาถึงจะได้เงินคืน แต่จะไม่ได้เงินกลับมาตามจำนวนที่เราจ่ายไปนะคะ จะได้เป็นเปอร์เซ็นต์แทน ข...

ข้อควรรู้ก่อนวางแผนลดหย่อนภาษี ด้วยประกันบำนาญ

เราอาจจะเคยได้ยินกันมาหนาหูว่า การทำประกันชีวิต สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ เพราะช่วยในการลดหย่อนภาษีและได้ผลตอบแทนไปพร้อมๆกัน ซึ้งประกันชีวิตที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ นั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือประกันชีวิตแบบทั่วไป และ ประกันบำนาญ   บทความนี้เราจะมาดูข้อควรรู้ก่อนวางแผนลดหย่อนภาษี กันค่ะ 1. ประกันชีวิตได้สิทธิลดหย่อนภาษี รวมทั้งสิ้นสูงสุด 300 , 000 บาท โดยแบ่งเป็น ประกันชีวิตแบบทั่วไป จำนวน 100 , 000 บาท และประกันชีวิตแบบบำนาญ จำนวนสูงสุด 15% (ไม่เกิน 200 , 000 บาท) แต่ในความเป็นจริง คุณสามารถใช้ประกันชีวิตแบบบำนาญได้สูงสุดถึง 300 , 000 บาท เพราะเงื่อนไขของประกันชีวิตแบบบำนาญถือว่าเข้าเงื่อนไขประกันชีวิตแบบทั่วไปเช่นเดียวกัน (แต่รวมกันทั้งสองประเภทนั้น จำนวนสูงสุดต้องไม่เกิน 300 , 000 บาท) 2. ระวังการยกเว้นเงินได้ เพราะประกันชีวิตแบบทั่วไปได้สิทธิลดหย่อนภาษี จำนวน 100 , 000 บาทหมายถึง หากสามีหรือภรรยา “ไม่มีรายได้” แต่มีการจ่าย “ค่าเบี้ยประกัน” และนำมายื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้รวมกัน ทำให้สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนค่าประกันชีวิตได้เพียง 10 , 000 บาทเท่านั้น เพราะส่วนที...