ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เทคนิควางแผนเกษียณแบบมีคุณภาพ ในแต่ละช่วงอายุ



                การทำประกันบำนาญ ก็ถือเป็นตัวช่วยอย่างหนึ่งที่สามารถช่วยเราได้ในหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองในการรักษาพยาบาล การมีเงินก้อนเพื่อนเป็นทุนการศึกษาให้กับลูกหลาน หรือเก็บสะสมไว้ใช้ตอนเกษียณ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือเรื่องของการออมเงินแต่ละช่วงวัยต้องมีการวางแผนที่ดี เพื่อลดการกระจายความเสี่ยงและมีเงินไว้ใช้ในวัยเกษียณ วันนี้เลยนำเทอคนิคการวางแผนในแต่ละช่วงอายุมาฝากกันค่ะ

                อายุ 20-30 ปี ถือเป็นวัยเริ่มต้นการทำงาน เป็นวัยที่เริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว รายได้และหนี้สินต่างๆ ยังไม่มากนักดังนั้นการออมเงินจึงสามารถรับความเสี่ยงได้สูง ต้องเรียนรู้ที่จะจัดการเรื่องเงินให้มีประสิทธิภาพ

                อายุ 31-40 ปี มีความก้าวหน้าและมั่นคงในเวลาทำงาน เป็นวัยที่มีรายได้และรายจ่ายอยู่ในระดับสูง เพราะต้องสร้างความมั่งคั่งให้แก่ครอบครัวในอนาคต จึงต้องวางแผนให้ดีในด้านต่างๆ ทั้งการวางแผนเสียภาษี แผนการออม แผนการทำประกันบำนาญ และการลงทุนต่างๆ เป็นต้น

                อายุ 41-55 ปี วัยนี้เป็นวัยที่มีการงานและเงินที่มั่นคงมากที่สุด มีรายได้สูง สำหรับคนที่มีครอบครัวจะให้ความสำคัญกับการวางแผนด้านการศึกษาให้กับลูก ๆ ดังนั้นไม่ควรนำเงินไปลงทุนกับอะไรที่มีความเสี่ยงสูง แต่อาจจะนำเงินไปลงทุนเล็กๆน้อยๆได้ และควรมีเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินด้วย

                อายุ 55 ปีขึ้นไป เข้าสู่วัยเกษียณ รายได้ส่วนใหญ่มาจากเงินบำเหน็จ -บำนาญ เงินออม และผลตอบแทนจากการออมและการลงทุนตั้งแต่วัยทำงานอยู่ ต้องการที่จะมีเงินสำรองไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉินได้อย่างไม่เดือดร้อนไม่ควรลงทุนกับธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง

                สรุปง่ายๆ คือ ตั้งแต่ช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป การวางแผนการเงินมีความจำเป็นและสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะต้องสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว ซึ่งการทำประกันบำนาญไว้เป็นหลักประกันในยามเกษียณก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งที่จะช่วยสะสมเงินไว้ใช้จ่ายในช่วงปั้นปลายของชีวิต หรือเป็นทุนการศึกษาสำหรับลูกหลาน ยังไงก้ตามอย่าลืมศึกษาข้อมูล และพิจารณากรรมธรรม์ของประกันให้ดีก่อนตัดสินใจนะคะ


ขอบคุณข้อมูลจาก daily.rabbit.co.th

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คุณเคยสังเกตวันหมดอายุ ที่ติดอยู่ข้างขวดน้ำดื่มหรือเปล่า?

น้ำดื่ม มีวันหมดอายุด้วยหรือ ?                 ความจริงแล้ว น้ำดื่มไม่ได้หมดอายุนะคะ แต่เป็นภาชนะที่บรรจุน้ำต่างหากที่หมดอายุ และเชื่อว่าหลายคนอาจไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่า น้ำดื่มที่มีขายตามท้องตลาดนั้น จะต้องระบุวันหมดอายุเอาไว้ตาม พ.ร.บ.อาหารและยา (อย.) ด้วยเหตุผลเพราะว่าถึงแม้น้ำจะยังคงบรรจุอยู่ในขวดที่ปิดฝาสนิทและยังคงความใส แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งขวดพลาสติกที่บรรจุจะหมดสภาพลงไปเรื่อยๆ เพราะขวดน้ำดื่มบางชนิดถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้ครั้งเดียว ดังนั้นเมื่อเราซื้อน้ำดื่มที่บรรจุขวดขายตามร้านค้าบ่อยๆ ก็ควรรู้เรื่องดังต่อไปนี้ด้วยนะคะ ·          น้ำที่เปิดขวดทานแล้ว ควรทานให้หมด ไม่ควรเก็บนานเกิน 2 อาทิตย์ โดยเฉพาะที่ยกดื่มสู่ปาก เพราะ จุลินทรีย์และแบคทีเรีย จะเติบโตในน้ำที่เหลือได้ ·          น้ำดื่มขวดแก้ว และขวดพลาสติกใส ดีกว่าพลาสติกสีขาวขุ่น เช่น น้ำสิงห์ขวดแก้ว ·          ไม...

ออมเงินแบบไหนดี ? ระหว่างฝากธนาคาร กับ ทำประกันเงินออม

            การออมเงิน มีหลายวิธีซึ่งวิธีที่นิยมทำกันมากที่สุดคงจะเป็นวิธีการฝากเงินกับธนาคาร ในช่วง 4-5 ปีหลังมานี้การทำ ประกันเงินออม แบบสะสมทรพย์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการออมเงินที่ได้รับความมนิยมเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน แล้วการออมเงินทั้งสองแบบนี้มันแตกต่างกันยังไง ออมเงินแบบไหนจะดีกว่ากันไปดูกันเลยค่ะ                 การฝากเงินกับธนาคาร ข้อดีคือเราสามารถถอนเงินออกมาตอนไหนก็ได้ ซึ่งจะมีดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนในการฝากเงิน มีหลายรูปแบบมีความคล่องตัวสูง เมื่อทำการปิดบัญชีจะได้รับเงินที่ฝากไว้คืนทั้งหมดพร้อมกับดอกเบี้ยที่ได้รับด้วย                 การออมเงินโดยการทำ ประกันเงินออม วิธีนี้จะเป็นการที่เราฝากเงินเข้าไปเป็นประจำทุกเดือนหรือทุกปีตามที่บริษัทกำหนด ต้องฝากเงินให้ครบตามที่ระบุในสัญญาถึงจะได้เงินคืน แต่จะไม่ได้เงินกลับมาตามจำนวนที่เราจ่ายไปนะคะ จะได้เป็นเปอร์เซ็นต์แทน ข...

ข้อควรรู้ก่อนวางแผนลดหย่อนภาษี ด้วยประกันบำนาญ

เราอาจจะเคยได้ยินกันมาหนาหูว่า การทำประกันชีวิต สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ เพราะช่วยในการลดหย่อนภาษีและได้ผลตอบแทนไปพร้อมๆกัน ซึ้งประกันชีวิตที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ นั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือประกันชีวิตแบบทั่วไป และ ประกันบำนาญ   บทความนี้เราจะมาดูข้อควรรู้ก่อนวางแผนลดหย่อนภาษี กันค่ะ 1. ประกันชีวิตได้สิทธิลดหย่อนภาษี รวมทั้งสิ้นสูงสุด 300 , 000 บาท โดยแบ่งเป็น ประกันชีวิตแบบทั่วไป จำนวน 100 , 000 บาท และประกันชีวิตแบบบำนาญ จำนวนสูงสุด 15% (ไม่เกิน 200 , 000 บาท) แต่ในความเป็นจริง คุณสามารถใช้ประกันชีวิตแบบบำนาญได้สูงสุดถึง 300 , 000 บาท เพราะเงื่อนไขของประกันชีวิตแบบบำนาญถือว่าเข้าเงื่อนไขประกันชีวิตแบบทั่วไปเช่นเดียวกัน (แต่รวมกันทั้งสองประเภทนั้น จำนวนสูงสุดต้องไม่เกิน 300 , 000 บาท) 2. ระวังการยกเว้นเงินได้ เพราะประกันชีวิตแบบทั่วไปได้สิทธิลดหย่อนภาษี จำนวน 100 , 000 บาทหมายถึง หากสามีหรือภรรยา “ไม่มีรายได้” แต่มีการจ่าย “ค่าเบี้ยประกัน” และนำมายื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้รวมกัน ทำให้สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนค่าประกันชีวิตได้เพียง 10 , 000 บาทเท่านั้น เพราะส่วนที...