ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกร็ดน่ารู้ เป็นนักศึกษาอยากทำสมัครบัตรเครดิต ทำยังไง?



                โดยปกติถ้าอยากทำบัตรเครดิตนั้น จะมีเงื่อนไขคล้ายๆกันคือ เป็นพนักงานประจำ มีเงินเดือน หรือมีรายได้ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด สำหรับ กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่ประสงค์จะสมัคร บัตรเครดิต ในปัจจุบันนี้ยังไม่สามารถสมัครได้ เพราะไม่เข้าเงื่อนไข ตามที่ธนาคารกำหนด แต่ก็ไม่ได้หมดหวังซะทีเดียว ยังมีช่องทางที่นักศึกษาจะสามารถหาบัตรเครดิต นักศึกษามาไว้ใช้อยู่บ้างเช่นกัน มาลองดูกันค่ะ

บัตรเดบิต ปัจจุบันบัตรเดบิตของแต่ละธนาคารก็สามารถใช้รูดเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการได้เช่นเดียวกัน โดยความแตกต่างคือการใช้บัตรเดบิต เราจะไม่ได้เครดิตยอดเงินจะถูกกหักในบัญชีธนาคารทันทีที่รูดซื้อของ หากไม่มีเงินในบัญชีหรือเงินในบัญชีไม่พอก็ไม่สามารถใช้รูดได้ ข้อดีของการใช้บัตรเดบิตก็คือไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นหนี้เพราะไม่ได้เป็นเครดิตอยู่แล้ว เหมือนเราใช้เงินของเราเองผ่านบัตรเท่านั้นเอง

บัตรเสริม อีกทางเลือกหนึ่งที่นักศึกษาอยากทำบัตรเครดิตได้ก็คือ บัตรเสริมนั่นเอง ซึ่งการที่จะมีบัตรเสริมคือต้องมีบัตรหลัก บัตรหลักคือบัตรที่ผู้ปกครองหรือคุณพ่อคุณแม่ถืออยู่ เพียงสมัครบัตรเสริมเพิ่มเติมให้เป็นชื่อลูก ลูกก็จะสามารถมีบัตรเครดิตไว้ใช้ โดยบัตรเสริมสามารถใช้งานทุกอย่างได้เช่นเดียวกับบัตรเครดิตหลักเลย สิทธิประโยชน์ ส่วนลด เงินคืน คะแนนสะสม หากบัตรหลักมีวงเงิน 100,000 บาท บัตรเสริมก็ได้รับวงเงิน 100,000 บาทเช่นเดียวกัน
ข้อควรระวัง ควรมีวินัยและใช้จ่ายอย่างเหมาะสมเท่านั้นเพราะคุณพ่อคุณแม่เป็นคนมาชำระคือแทน กรณีบัตรเสริมนี้นักศึกษาต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองที่ถือบัตรหลักจึงจะสามารถสมัครได้

บัตรเครดิตแบบมีเงินฝากค้ำประกัน เป็นบัตรที่ธนาคารออกมาเพื่อรองรับลูกค้าที่ทำงานมีรายได้ไม่ถึง 15,000บาท หรือรายได้ไม่แน่นอน โดยให้ใช้เงินฝากในบัญชีธนาคารมาค้ำประกันวงเงินบัตรเครดิตแบบเต็มวงเงิน เป็นการลดความเสี่ยงในการให้สินเชื่อบัตรเครดิตของธนาคาร ข้อดีคือ สามารถกำหนดวงเงินให้เหมาะสมไม่มากจนเกินไป เอาแค่พอประมาณตามจำนวนเงินเก็บที่เรามีและนำมาใช้เป็นเงินค้ำประกัน เพียงพอและเหมาะสมกับวัยของเรา

ถ้าน้องๆ นักศึกษาอยากทำบัตรเครดิตไว้ใช้บ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนะคะ แต่ต้องคำนึงอยู่เสมอเรื่องวินัยการใช้จ่าย คือ เรายังไม่มีรายได้ ยังไม่ได้ทำงาน ดังนั้นไม่ควรเริ่มต้นก่อหนี้ นอกจากจะเป็นการบ่มเพาะนิสัยที่ฟุ่มเฟือยแล้วยังอาจทำให้ตนเองและคุณพ่อคุณแม่ต้องเดือดร้อนตามไปด้วยนะคะ

                

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คุณเคยสังเกตวันหมดอายุ ที่ติดอยู่ข้างขวดน้ำดื่มหรือเปล่า?

น้ำดื่ม มีวันหมดอายุด้วยหรือ ?                 ความจริงแล้ว น้ำดื่มไม่ได้หมดอายุนะคะ แต่เป็นภาชนะที่บรรจุน้ำต่างหากที่หมดอายุ และเชื่อว่าหลายคนอาจไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่า น้ำดื่มที่มีขายตามท้องตลาดนั้น จะต้องระบุวันหมดอายุเอาไว้ตาม พ.ร.บ.อาหารและยา (อย.) ด้วยเหตุผลเพราะว่าถึงแม้น้ำจะยังคงบรรจุอยู่ในขวดที่ปิดฝาสนิทและยังคงความใส แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งขวดพลาสติกที่บรรจุจะหมดสภาพลงไปเรื่อยๆ เพราะขวดน้ำดื่มบางชนิดถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้ครั้งเดียว ดังนั้นเมื่อเราซื้อน้ำดื่มที่บรรจุขวดขายตามร้านค้าบ่อยๆ ก็ควรรู้เรื่องดังต่อไปนี้ด้วยนะคะ ·          น้ำที่เปิดขวดทานแล้ว ควรทานให้หมด ไม่ควรเก็บนานเกิน 2 อาทิตย์ โดยเฉพาะที่ยกดื่มสู่ปาก เพราะ จุลินทรีย์และแบคทีเรีย จะเติบโตในน้ำที่เหลือได้ ·          น้ำดื่มขวดแก้ว และขวดพลาสติกใส ดีกว่าพลาสติกสีขาวขุ่น เช่น น้ำสิงห์ขวดแก้ว ·          ไม...

ออมเงินแบบไหนดี ? ระหว่างฝากธนาคาร กับ ทำประกันเงินออม

            การออมเงิน มีหลายวิธีซึ่งวิธีที่นิยมทำกันมากที่สุดคงจะเป็นวิธีการฝากเงินกับธนาคาร ในช่วง 4-5 ปีหลังมานี้การทำ ประกันเงินออม แบบสะสมทรพย์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการออมเงินที่ได้รับความมนิยมเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน แล้วการออมเงินทั้งสองแบบนี้มันแตกต่างกันยังไง ออมเงินแบบไหนจะดีกว่ากันไปดูกันเลยค่ะ                 การฝากเงินกับธนาคาร ข้อดีคือเราสามารถถอนเงินออกมาตอนไหนก็ได้ ซึ่งจะมีดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนในการฝากเงิน มีหลายรูปแบบมีความคล่องตัวสูง เมื่อทำการปิดบัญชีจะได้รับเงินที่ฝากไว้คืนทั้งหมดพร้อมกับดอกเบี้ยที่ได้รับด้วย                 การออมเงินโดยการทำ ประกันเงินออม วิธีนี้จะเป็นการที่เราฝากเงินเข้าไปเป็นประจำทุกเดือนหรือทุกปีตามที่บริษัทกำหนด ต้องฝากเงินให้ครบตามที่ระบุในสัญญาถึงจะได้เงินคืน แต่จะไม่ได้เงินกลับมาตามจำนวนที่เราจ่ายไปนะคะ จะได้เป็นเปอร์เซ็นต์แทน ข...

ข้อควรรู้ก่อนวางแผนลดหย่อนภาษี ด้วยประกันบำนาญ

เราอาจจะเคยได้ยินกันมาหนาหูว่า การทำประกันชีวิต สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ เพราะช่วยในการลดหย่อนภาษีและได้ผลตอบแทนไปพร้อมๆกัน ซึ้งประกันชีวิตที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ นั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือประกันชีวิตแบบทั่วไป และ ประกันบำนาญ   บทความนี้เราจะมาดูข้อควรรู้ก่อนวางแผนลดหย่อนภาษี กันค่ะ 1. ประกันชีวิตได้สิทธิลดหย่อนภาษี รวมทั้งสิ้นสูงสุด 300 , 000 บาท โดยแบ่งเป็น ประกันชีวิตแบบทั่วไป จำนวน 100 , 000 บาท และประกันชีวิตแบบบำนาญ จำนวนสูงสุด 15% (ไม่เกิน 200 , 000 บาท) แต่ในความเป็นจริง คุณสามารถใช้ประกันชีวิตแบบบำนาญได้สูงสุดถึง 300 , 000 บาท เพราะเงื่อนไขของประกันชีวิตแบบบำนาญถือว่าเข้าเงื่อนไขประกันชีวิตแบบทั่วไปเช่นเดียวกัน (แต่รวมกันทั้งสองประเภทนั้น จำนวนสูงสุดต้องไม่เกิน 300 , 000 บาท) 2. ระวังการยกเว้นเงินได้ เพราะประกันชีวิตแบบทั่วไปได้สิทธิลดหย่อนภาษี จำนวน 100 , 000 บาทหมายถึง หากสามีหรือภรรยา “ไม่มีรายได้” แต่มีการจ่าย “ค่าเบี้ยประกัน” และนำมายื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้รวมกัน ทำให้สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนค่าประกันชีวิตได้เพียง 10 , 000 บาทเท่านั้น เพราะส่วนที...