ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกษียณอย่างมั่นใจกับการออมเงินแบบต่างๆ เพื่อวัยชรา


                การวางแผนเกษียณเป็นการวางแผนทางการเงินในระยะยาว ที่ปัจจุบันคนนิยมหันมาให้ความสนใจกันมากขึ้น เพราะหลังเกษียณที่เราไม่ได้มีรายได้แล้ว แต่เรายังต้องใช้จ่ายทั้งค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไหนจะเรื่องค่ารักษาพยาบาลต่างๆอีก สำหรับรูปแบบของการออมเงินในวัยเกษียณก็มีหลายแบบออกไปในปัจจุบัน เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, ประกันบำนาญ วันนี้เราไปดูการออมเงินในแต่ละแบบเพื่อเตรียมพร้อมกันค่ะ

                กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สำหรับคนที่ทำงานในบริษัทเอกชน เป็นเงินที่หักจากเงินเดือนของเราไปทุกเดือนนั้นเองค่ะบริษัทจะสมทบให้อีกส่วนหนึ่งแล้วนำไปลงทุนเพื่อให้ได้รับผลตอบแทน กองทุนทั้งสองแบบนี้เป็นการลงทุนในระยะยาว หากเราทำงานต่อเนื่องไปจนถึงเกษียณ เมื่อเกษียณลาออกเราจะได้เงินก้อนใหญ่พอสมควรที่เป็นเงินที่เราลงทุนไป รวมกับส่วนที่บริษัทลงทุนเพิ่มให้เรา นอกจากนี้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้อีกด้วย

                ประกันบำนาญ คือการที่เราส่งเบี้ยประกันกับบริษัทประกันจนครบตามกำหนด เมื่อถีงวัยเกษียณ บริษัทก็จะจ่ายเงินคืนเป็นเบี้ยบำนาญรายเดือนให้เรา ช่วยสร้างความมั่นใจในวัยเกษียณให้กับเราเลยว่า เมื่อถึงเวลาเราจะมีเงินใช้รายเดือนตามที่สัญญาระบุไว้ สามารถนำเบี้ยประกันที่จ่ายไปมาลดหย่อนภาษีได้เช่นกันค่ะ

                ประกันสังคม คือเงินที่หักออกจากเงินเดือนของเราอีกเช่นกัน โดยเงินที่หักไปบริหารโดยกองทุนประกันสังคม เพื่อคุ้มครองในเรื่องการรักษาพยาบาล การว่างงาน รวมถึงเงินชราภาพ ซึ่งจะได้เมื่อายุครบ 55 ปีและลาออกจากผู้เป็นประกันตน


                นอกจากการออมเงินข้งางต้นแล้ว ยังมีการลงทุนในรูปแบบอื่นๆอีกมากมาย เช่น ซื้อคอนโดหรืออสังหาริมทรัย์ไว้ปล่อยเช่า การลงทุนในกองทุนหุ้นและอื่นๆ ที่สำคัญคือเราต้องวางแผนทางการเงินให้ดีเพื่อจะได้หมดกังวลและมีเงินไว้ใช้ในยามเกษียณอย่างสุขสบายนั่นเองค่ะ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คุณเคยสังเกตวันหมดอายุ ที่ติดอยู่ข้างขวดน้ำดื่มหรือเปล่า?

น้ำดื่ม มีวันหมดอายุด้วยหรือ ?                 ความจริงแล้ว น้ำดื่มไม่ได้หมดอายุนะคะ แต่เป็นภาชนะที่บรรจุน้ำต่างหากที่หมดอายุ และเชื่อว่าหลายคนอาจไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่า น้ำดื่มที่มีขายตามท้องตลาดนั้น จะต้องระบุวันหมดอายุเอาไว้ตาม พ.ร.บ.อาหารและยา (อย.) ด้วยเหตุผลเพราะว่าถึงแม้น้ำจะยังคงบรรจุอยู่ในขวดที่ปิดฝาสนิทและยังคงความใส แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งขวดพลาสติกที่บรรจุจะหมดสภาพลงไปเรื่อยๆ เพราะขวดน้ำดื่มบางชนิดถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้ครั้งเดียว ดังนั้นเมื่อเราซื้อน้ำดื่มที่บรรจุขวดขายตามร้านค้าบ่อยๆ ก็ควรรู้เรื่องดังต่อไปนี้ด้วยนะคะ ·          น้ำที่เปิดขวดทานแล้ว ควรทานให้หมด ไม่ควรเก็บนานเกิน 2 อาทิตย์ โดยเฉพาะที่ยกดื่มสู่ปาก เพราะ จุลินทรีย์และแบคทีเรีย จะเติบโตในน้ำที่เหลือได้ ·          น้ำดื่มขวดแก้ว และขวดพลาสติกใส ดีกว่าพลาสติกสีขาวขุ่น เช่น น้ำสิงห์ขวดแก้ว ·          ไม...

ออมเงินแบบไหนดี ? ระหว่างฝากธนาคาร กับ ทำประกันเงินออม

            การออมเงิน มีหลายวิธีซึ่งวิธีที่นิยมทำกันมากที่สุดคงจะเป็นวิธีการฝากเงินกับธนาคาร ในช่วง 4-5 ปีหลังมานี้การทำ ประกันเงินออม แบบสะสมทรพย์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการออมเงินที่ได้รับความมนิยมเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน แล้วการออมเงินทั้งสองแบบนี้มันแตกต่างกันยังไง ออมเงินแบบไหนจะดีกว่ากันไปดูกันเลยค่ะ                 การฝากเงินกับธนาคาร ข้อดีคือเราสามารถถอนเงินออกมาตอนไหนก็ได้ ซึ่งจะมีดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนในการฝากเงิน มีหลายรูปแบบมีความคล่องตัวสูง เมื่อทำการปิดบัญชีจะได้รับเงินที่ฝากไว้คืนทั้งหมดพร้อมกับดอกเบี้ยที่ได้รับด้วย                 การออมเงินโดยการทำ ประกันเงินออม วิธีนี้จะเป็นการที่เราฝากเงินเข้าไปเป็นประจำทุกเดือนหรือทุกปีตามที่บริษัทกำหนด ต้องฝากเงินให้ครบตามที่ระบุในสัญญาถึงจะได้เงินคืน แต่จะไม่ได้เงินกลับมาตามจำนวนที่เราจ่ายไปนะคะ จะได้เป็นเปอร์เซ็นต์แทน ข...

ข้อควรรู้ก่อนวางแผนลดหย่อนภาษี ด้วยประกันบำนาญ

เราอาจจะเคยได้ยินกันมาหนาหูว่า การทำประกันชีวิต สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ เพราะช่วยในการลดหย่อนภาษีและได้ผลตอบแทนไปพร้อมๆกัน ซึ้งประกันชีวิตที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ นั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือประกันชีวิตแบบทั่วไป และ ประกันบำนาญ   บทความนี้เราจะมาดูข้อควรรู้ก่อนวางแผนลดหย่อนภาษี กันค่ะ 1. ประกันชีวิตได้สิทธิลดหย่อนภาษี รวมทั้งสิ้นสูงสุด 300 , 000 บาท โดยแบ่งเป็น ประกันชีวิตแบบทั่วไป จำนวน 100 , 000 บาท และประกันชีวิตแบบบำนาญ จำนวนสูงสุด 15% (ไม่เกิน 200 , 000 บาท) แต่ในความเป็นจริง คุณสามารถใช้ประกันชีวิตแบบบำนาญได้สูงสุดถึง 300 , 000 บาท เพราะเงื่อนไขของประกันชีวิตแบบบำนาญถือว่าเข้าเงื่อนไขประกันชีวิตแบบทั่วไปเช่นเดียวกัน (แต่รวมกันทั้งสองประเภทนั้น จำนวนสูงสุดต้องไม่เกิน 300 , 000 บาท) 2. ระวังการยกเว้นเงินได้ เพราะประกันชีวิตแบบทั่วไปได้สิทธิลดหย่อนภาษี จำนวน 100 , 000 บาทหมายถึง หากสามีหรือภรรยา “ไม่มีรายได้” แต่มีการจ่าย “ค่าเบี้ยประกัน” และนำมายื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้รวมกัน ทำให้สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนค่าประกันชีวิตได้เพียง 10 , 000 บาทเท่านั้น เพราะส่วนที...