ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รู้ไว้สักนิดก่อนจะทำบัตรเครดิต ว่าหลังจากทำแล้วต้องเจอกับอะไรบ้าง


                พอเริ่มเข้าสู้วัยทำงาน เริ่มมีรายได้เข้ามาในบัญชีธนาคารอย่างต่อเนื่องก้จะเริ่มมีสถาบันทางการเงินต่างๆ โทรเข้ามาเสนอให้ทำบัตรเครดิต โดยวิธีสมัครบัตรเครดิตนั้นไม่ต้องใช้เอกสารอะไรมากมาย ไม่ต้องเดินไปถึงะนาคารก็มี Messenger วิ่งมารอรับเอกสารถึงที่ แถมยังได้ของสมมนาคุณอีกมากมายแถมให้ด้วย แต่ในความล่อตาล่อใจนั้น เราควรรู้ไว้ก่อนด้วยว่า การรูดบัตรแต่ละครั้งนั้น เป็นการนำเงินในอนาคตมาใช้ก่อนเวลา ดังนั้นเวลาที่เราจะรูดแต่ละครั้ง เราจึงต้องมั่นใจว่าเราสามารถชำระยอดค่าใช้จ่ายได้ครบทั้งก้อน ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นสร้างหนี้บัตรเครดิตให้ตัวเองโดยไม่จำเป็น

ดังนั้นก่อนจะทำบัตรเครดิตแต่ละใบนั้นต้องพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ ของแต่ละธนาคารก่อนแล้วค่อยนำมาเปรียบเทียบกันว่าบัตรไหนให้ข้อเสนอดีและเหมาะสมกับเราที่สุด ดังนี้ค่ะ

1. ค่าธรรมเนียม ต้องตรวจสอบเอกสารให้ดีว่าฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าอย่างเดียว หรือ ฟรีค่าธรรมเนียมตลอดชีพ หรือมีค่าธรรมเนียมรายปีในกรณีไหนบ้าง

2. ระยะเวลาชำระเงินโดยไม่เสียดอกเบี้ย ส่วนมากธนาคารจะเสนอเป็นสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าที่ชำระเงินเต็มจำนวน แต่ถ้าใครจ่ายคืนแบบผ่อน หรือจ่ายแบบขั้นต่ำ ก็จะไม่ได้สิทธิส่วนนี้ค่ะ

3. ยอดขั้นต่ำ ซึ่งตอนนี้เกือบทุกแห่งก็จะ fix ไว้ที่ 10% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด หรือ ยอดค้างชำระ เป็นอย่างต่ำค่ะ

4. การใช้บัตรในต่างแดน ผู้ออกบัตรจะคิดค่าความผันแปรของสกุลเงินต่างประเทศอยู่ที่ราว ๆ 2 – 2.5% ของยอดที่รูดไป ซึ่งสามารถสอบถามกับทางธนาคารที่ออกบัตรได้ก่อนนะคะ ก่อนคิดจะนำไปรูดเพลิน ๆ ที่ต่างประเทศ

5. ต้องท่องไว้ในใจว่า บัตรเครดิตเขาคิดดอกเบี้ย, ค่าปรับ, ค่าธรรมเนียม และ ค่าบริการติดตามต่าง ๆ รวม ๆ กันแล้วอยู่ที่ประมาณ 20% ต่อปี แล้วยิ่งถ้าชำระไม่ตรงเวลา ชำระบางส่วน หรือ กดเงินสดออกมาใช้ ก็เจอดอกเบี้ยเบ่งบานกันเลยทีเดียวค่ะ

ดังนั้น ก่อนที่จทำบัตรเครดิตใดๆ ควรทำการบ้านมาเป็นอย่างดี และต้องมีการคำนวณรายได้ต่างๆ ของเราอย่างแน่นอนและชัดเจน ว่าหากทำไปแล้ว จะสามารถผ่อนชำระคืนได้ครบทุกงวดโดยไม่มีปัญหาใดๆ ตามมาในภายหลังนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก moneyhub.in.th

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

5 Brand Influencer จากแคมเปญ A Part of You พูดถึงความผูกพันที่มีกับ น้ำดื่มสิงห์

                ปัจจุบันแบรนด์น้ำดื่มสิงห์ ซึ่งเป็นผู้นำตลาดที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดน้ำดื่มโดยรวม ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ตลาดเติบโต โดยในปีที่ผ่านมาน้ำดื่มสิงห์มีส่วนทำให้ตลาดรวมเติบโต 11% และปีนี้น้ำดื่มสิงห์ได้เปิดตัวแคมเปญ “ A PART OF YOU น้ำดื่มสิงห์เท่านั้นที่เราเลือก” เป็นครั้งแรกที่ดึงตัวแทนของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันเข้ามาเป็น Brand Influencer เสริมความแข็งแกร่งของผู้นำตลาดอันดับ 1 ไปฟังทั้ง 5 คน พูดถึงความผูกพันที่มีกับ น้ำดื่มสิงห์กันค่ะ วี-วิโอเลต วอเทียร์ สาวเสียงดี มาดเซอร์สุดชิค ตัวแทนวัยรุ่น เด็กรุ่นใหม่ที่ไม่รอโอกาส แต่กล้าที่จะตามฝันที่ตนเองชื่นชอบในการเป็นนักร้อง กล่าวถึงน้ำดื่มเป็นปัจจัยสำคัญเลย ในชีวิตจริงยิ่งเวลาต้องอัดเสียง ร้องเพลง ต้องคอยใช้การจิบน้ำตลอดเพื่อดูแลสุขภาพ มีน้ำสิงห์อยู่เคียงข้างตลอดเป็น part ของวีเลย เติบโตมากับ น้ำดื่มสิงห์ขวดแก้ว เบเบ้-ธันย์ชนก ฤทธินาคา ดาราสาวที่เป็นไอดอล ที่หันมาออกกำลังกาย ใส่ใจสุขภาพ จนมีหุ่นที...

วิธีการเลือกประกันชีวิตสำหรับผู้สูงอายุ ปี 2017

แบบ ประกันชีวิตผู้สูงอายุ เป็นแบบประกันชีวิตที่ถูกออกแบบมาสำหรับคนที่มีอายุค่อนข้างมาก ซึ่งวัยนี้มีโอกาสเจ็บป่วยหรืออาจไม่แข็งแรงนัก ทางบริษัทประกันชีวิตจึงได้ออกแบบประกันชีวิตแบบพิเศษ แยกออกมาจากประกันชีวิตแบบอื่นๆ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีโอกาสทำประกันชีวิตได้ ส่วนใหญ่จะ ไม่ต้องตรวจสุขภาพ และมีเบี้ยประกันคงที่ตลอดระยะเวลาการคุ้มครอง   สิ่งที่ทำให้ประกันชีวิตผู้สูงอายุแตกต่างจากประกันทั่วไปคือ ประกันผู้สูงอายุจะได้เงินก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตเท่านั้น วันนี้เลยเอาวิธีการเลือกประกันชีวิตผู้สูงอายุ สำหรับปี 2017 มาฝากกันค่ะ 1. อายุของผู้ทำประกัน ดูอายุว่าอายุของเราหรือของญาติผู้ใหญ่นั้นสามารถทำกรมธรรม์ประกันฉบับใดได้บ้าง ประวัติครอบครัวและไลฟ์สไตล์ ของเราเหมาะสมกับกรมธรรม์ใดมากที่สุด 2. วงเงินเอาประกัน เป็นส่วนสำคัญมากในการเลือก ควรเป็นวงเงินที่สอดคล้องกับความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกันวงเงินมากเบี้ยก็จะมากตามนั่นเอง 3. เงื่อนไขในการลดหย่อนภาษี บางกรมธรรม์ลดหย่อนเฉพาะกรณีที่ผู้เอาประกัน บางกรมธรรม์ลูกหลานสามารถเอาเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้ ต้องเลือกให้ดีด้วยค่ะ 4. เ...

คุณเคยสังเกตวันหมดอายุ ที่ติดอยู่ข้างขวดน้ำดื่มหรือเปล่า?

น้ำดื่ม มีวันหมดอายุด้วยหรือ ?                 ความจริงแล้ว น้ำดื่มไม่ได้หมดอายุนะคะ แต่เป็นภาชนะที่บรรจุน้ำต่างหากที่หมดอายุ และเชื่อว่าหลายคนอาจไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่า น้ำดื่มที่มีขายตามท้องตลาดนั้น จะต้องระบุวันหมดอายุเอาไว้ตาม พ.ร.บ.อาหารและยา (อย.) ด้วยเหตุผลเพราะว่าถึงแม้น้ำจะยังคงบรรจุอยู่ในขวดที่ปิดฝาสนิทและยังคงความใส แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งขวดพลาสติกที่บรรจุจะหมดสภาพลงไปเรื่อยๆ เพราะขวดน้ำดื่มบางชนิดถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้ครั้งเดียว ดังนั้นเมื่อเราซื้อน้ำดื่มที่บรรจุขวดขายตามร้านค้าบ่อยๆ ก็ควรรู้เรื่องดังต่อไปนี้ด้วยนะคะ ·          น้ำที่เปิดขวดทานแล้ว ควรทานให้หมด ไม่ควรเก็บนานเกิน 2 อาทิตย์ โดยเฉพาะที่ยกดื่มสู่ปาก เพราะ จุลินทรีย์และแบคทีเรีย จะเติบโตในน้ำที่เหลือได้ ·          น้ำดื่มขวดแก้ว และขวดพลาสติกใส ดีกว่าพลาสติกสีขาวขุ่น เช่น น้ำสิงห์ขวดแก้ว ·          ไม...