ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ข้อดี – ข้อเสียของวิธีการออมเงิน 3 แบบยอดฮิต ที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้


                ปัจจุบันเราเริ่มตื่นตัวกับการออมเงินกันมากขึ้น เพราะจะช่วยให้เรามีฐานะที่ดีขึ้น หรือมีเงินสำรองไว้ใช่ในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งการออมเงินนั้นก็มีหลายวิธีด้วยกัน เช่น แบบฝากเงินกับธนาคาร ซื้อประกันเงินออม การซื้อฉลาก การหยอดกระปุก เป็นต้นวันนี้เรามาลองพิจารณากันถึงข้อดีและข้อเสียของการออมเงินแต่ละแบบกันค่ะ

                แบบเงินฝาก สมัยนี้บัญชีเงินฝากของธนาคารเริ่มมีหลากหลายรูปแบบมากยิ่งขึ้น ทั้งบัญชีเงินฝากประจำ บัญชีแบบพิเศษที่มีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นตามช่วงเวลาที่ออม เงินฝากดอกเบี้ยพิเศษ แตกต่างกันออกไปตามเงื่อนไข
·         ข้อดี ง่าย ความเวี่ยงต่ำ เงินต้นไม่หายไปไหนมั่นใจว่าได้ดอกเบี้ยแน่นอน และช่วยไม่ให้เราฝึกวินัยในการออมเงินไม่ให้นำเงินไปใช้เกินตัวด้วยค่ะ
·         ข้อเสีย ผลตอบแทนค่อนข้างต่ำ เพราะอัตราดอกเบี้ยคงที่และไม่สูงมากนัก

การซื้อประกันเงินออม รูปแบบของประกันนั้นมีหลากหลายมากขึ้น ที่คนให้ความสนใจกันเยอะคือ ประกันแบบออมทรัพย์ เพราะให้ดอกเบี้ยที่สูง และยังครอบคุมการเสียชีวิต อุบัติเหตุให้ด้วย
·         ข้อดี เบี้ยประกันหรือผลตอบแทนค่อนข้างสูง ให้การคุ้มครองอื่น ๆ เช่น เงินตอบแทนกรณีที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต
·         ข้อเสีย ระยะการจ่ายเบี้ยค่อนข้างนาน ขั้นต่ำอย่างน้อยต้องต่อเนื่อง 5 ปี และต้องรอจนถึงระยะเวลาที่ทางประกันกำหนด จึงจะสามารถถึงจะได้เงินก้อนที่ทำประกันไปคืน

การหยอดกระปุกเก็บออม เป็นวิธีง่าย ๆ แค่มีกระปุก ขวดโหลหรือซองเพื่อใช้ในการเก็บเงิน
·         ข้อดี คือ ง่าย สามารถทำได้เลยทันที สามารถเริ่มได้จากเงินตั้งต้นหลักหน่วยหรือหลักสิบ บางครั้งอาจแบ่งกระปุกออกตามเป้าหมายที่แตกต่างกัน เช่น กระปุกนี้สำหรับไปเที่ยว กระปุกนี้สำหรับอุปกรณ์ไอที เป็นต้น
·         ข้อเสีย คือ หากผู้ออมใจไม่แข็งพอก็อาจจะหยิบฉวยเอาเงินที่ออมไว้มาใช้ก่อนที่จะถึงเป้าหมายได้เช่นกัน


การออมเงินแต่ละวิธีนั้นก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป อยู่ที่เราจะเลือกการออมที่เหมาะสมกับตัวเอง เช่นหากต้องการความตุ้มครองชีวิตและได้ลดหย่อนภาษี ก็เลือกทำประกันเงินออม  หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เข้าใจและเห็นถึงความแตกต่างของประกันแต่ละแบบ และช่วยในการตัดสินใจเลือกวิธีออมเงินที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของทุกท่านนะคะ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คุณเคยสังเกตวันหมดอายุ ที่ติดอยู่ข้างขวดน้ำดื่มหรือเปล่า?

น้ำดื่ม มีวันหมดอายุด้วยหรือ ?                 ความจริงแล้ว น้ำดื่มไม่ได้หมดอายุนะคะ แต่เป็นภาชนะที่บรรจุน้ำต่างหากที่หมดอายุ และเชื่อว่าหลายคนอาจไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่า น้ำดื่มที่มีขายตามท้องตลาดนั้น จะต้องระบุวันหมดอายุเอาไว้ตาม พ.ร.บ.อาหารและยา (อย.) ด้วยเหตุผลเพราะว่าถึงแม้น้ำจะยังคงบรรจุอยู่ในขวดที่ปิดฝาสนิทและยังคงความใส แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งขวดพลาสติกที่บรรจุจะหมดสภาพลงไปเรื่อยๆ เพราะขวดน้ำดื่มบางชนิดถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้ครั้งเดียว ดังนั้นเมื่อเราซื้อน้ำดื่มที่บรรจุขวดขายตามร้านค้าบ่อยๆ ก็ควรรู้เรื่องดังต่อไปนี้ด้วยนะคะ ·          น้ำที่เปิดขวดทานแล้ว ควรทานให้หมด ไม่ควรเก็บนานเกิน 2 อาทิตย์ โดยเฉพาะที่ยกดื่มสู่ปาก เพราะ จุลินทรีย์และแบคทีเรีย จะเติบโตในน้ำที่เหลือได้ ·          น้ำดื่มขวดแก้ว และขวดพลาสติกใส ดีกว่าพลาสติกสีขาวขุ่น เช่น น้ำสิงห์ขวดแก้ว ·          ไม...

ออมเงินแบบไหนดี ? ระหว่างฝากธนาคาร กับ ทำประกันเงินออม

            การออมเงิน มีหลายวิธีซึ่งวิธีที่นิยมทำกันมากที่สุดคงจะเป็นวิธีการฝากเงินกับธนาคาร ในช่วง 4-5 ปีหลังมานี้การทำ ประกันเงินออม แบบสะสมทรพย์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการออมเงินที่ได้รับความมนิยมเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน แล้วการออมเงินทั้งสองแบบนี้มันแตกต่างกันยังไง ออมเงินแบบไหนจะดีกว่ากันไปดูกันเลยค่ะ                 การฝากเงินกับธนาคาร ข้อดีคือเราสามารถถอนเงินออกมาตอนไหนก็ได้ ซึ่งจะมีดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนในการฝากเงิน มีหลายรูปแบบมีความคล่องตัวสูง เมื่อทำการปิดบัญชีจะได้รับเงินที่ฝากไว้คืนทั้งหมดพร้อมกับดอกเบี้ยที่ได้รับด้วย                 การออมเงินโดยการทำ ประกันเงินออม วิธีนี้จะเป็นการที่เราฝากเงินเข้าไปเป็นประจำทุกเดือนหรือทุกปีตามที่บริษัทกำหนด ต้องฝากเงินให้ครบตามที่ระบุในสัญญาถึงจะได้เงินคืน แต่จะไม่ได้เงินกลับมาตามจำนวนที่เราจ่ายไปนะคะ จะได้เป็นเปอร์เซ็นต์แทน ข...

ข้อควรรู้ก่อนวางแผนลดหย่อนภาษี ด้วยประกันบำนาญ

เราอาจจะเคยได้ยินกันมาหนาหูว่า การทำประกันชีวิต สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ เพราะช่วยในการลดหย่อนภาษีและได้ผลตอบแทนไปพร้อมๆกัน ซึ้งประกันชีวิตที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ นั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือประกันชีวิตแบบทั่วไป และ ประกันบำนาญ   บทความนี้เราจะมาดูข้อควรรู้ก่อนวางแผนลดหย่อนภาษี กันค่ะ 1. ประกันชีวิตได้สิทธิลดหย่อนภาษี รวมทั้งสิ้นสูงสุด 300 , 000 บาท โดยแบ่งเป็น ประกันชีวิตแบบทั่วไป จำนวน 100 , 000 บาท และประกันชีวิตแบบบำนาญ จำนวนสูงสุด 15% (ไม่เกิน 200 , 000 บาท) แต่ในความเป็นจริง คุณสามารถใช้ประกันชีวิตแบบบำนาญได้สูงสุดถึง 300 , 000 บาท เพราะเงื่อนไขของประกันชีวิตแบบบำนาญถือว่าเข้าเงื่อนไขประกันชีวิตแบบทั่วไปเช่นเดียวกัน (แต่รวมกันทั้งสองประเภทนั้น จำนวนสูงสุดต้องไม่เกิน 300 , 000 บาท) 2. ระวังการยกเว้นเงินได้ เพราะประกันชีวิตแบบทั่วไปได้สิทธิลดหย่อนภาษี จำนวน 100 , 000 บาทหมายถึง หากสามีหรือภรรยา “ไม่มีรายได้” แต่มีการจ่าย “ค่าเบี้ยประกัน” และนำมายื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้รวมกัน ทำให้สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนค่าประกันชีวิตได้เพียง 10 , 000 บาทเท่านั้น เพราะส่วนที...