ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

3 วิธีออมเงินให้ลูก เก็บวันนี้เพื่ออนาคตข้างหน้า



                ในวัยสร้างครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่เราทุกคนต่างทำเพื่อลูก ไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่าอนาคตของลูกการเริ่มต้นวางแผนออมเงินให้ลูก จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งในบทความนี้จะยกตัวอย่างเรื่องการออมเงินให้ลูก ว่ามีวิธีไหนบ้างที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้บ้างนะคะ

1. ฝากเงิน เรื่องพื้นฐานที่ทุกคนต่างก็รู้กันดีอยู่แล้ว นอกจากจะพาลูกไปเปิดบัญชี เพื่อให้เขาได้รับความภาคภูมิใจในตัวเองแล้ว พ่อแม่ที่เปิดบัญชีต่างห่างออกมาเพื่อเลือก เลยเป็นวิธีเก็บเงินที่ช่วยกันทำให้จำนวนเงินเพิ่มสูงขึ้นไปอีกขั้น แต่การเงินแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ
                การออมระยะสั้น เป็นการออมเพื่อรักษาสภาพคล่องไว้ใช้จ่ายจิปาถะต่างๆ เช่น ค่าขนม ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเรียนพิเศษ เป็นต้น เมื่อลูกโตขึ้นก็ส่งต่อให้ลูกดูแลเองได้
ออมเงินระยะปานกลาง เป็นวิธีเก็บเงินในระยะเวลา 2 - 10 ปี และคนเป็นพ่อเป็นแม่ห้ามขาดวินัยในการออมเงินนี้เด็ดขาด เป็นการออมเงินที่มีการลงทุนไปในตัว เป็นการออมเงินที่ได้รับประโยชน์สองอย่างคือ เงินออมเพื่อการศึกษาของลูก และลดหย่อนภาษี
ออมเงินระยะยาว เป็นวิธีเก็บเงินที่จะนำมาใช้ในระยะเวลามากสุดถึง 20 ปี ต้องใช้ความอดทนและมุมานะสูงมากๆ เป็นรูปแบบการออมเงินควบกับการประกันชีวิต โดยผลตอบแทนที่ได้มาจะเป็นจำนวนเงินที่เอาประกัน รับเงินก้อนเมื่อครบสัญญา ซึ่งช่วยให้มีเงินเพื่อการศึกษาลูก แถมได้รับการคุ้มครองชีวิต และสามารถนำไปลดหย่อนภาษี ได้อีกด้วย

2. ซื้อสลากให้ลูก ใครเลยจะคิดว่าการซื้อสลากเป็นวิธีเก็บเงิน เหมาะกับพ่อหรือแม่ที่รักในการเสี่ยงโชคอยู่กลายๆ แต่ใช่ว่าจะเสี่ยงโชคไปวันๆ เพราะจะได้ดอก

3.ซื้อทอง วิธีเก็บเงินอย่างการซื้อทองทั้งพ่อและแม่สามารถเลือกได้ว่าจะซื้อทองคำแท่ง หรือทองคำรูปพรรณ อย่างทองคำแม่งจะไม่เสียค่ากำเหน็จในการซื้อขายจึงมีราคาถูกกว่า แต่เก็บรักษายากพอสมควร ทองคำแท่งใส่ไม่ได้ แล้วยังต้องเสียเงินกับการเก็บรักษา เช่น ฝากไว้ตู้นิรภัยของสถาบันการเงิน ส่วนทองคำรูปพรรณ ใส่ได้ รักษาง่าย แต่จะขายคืนก็โดนกดราคาลง อยู่ที่จะเลือกแบบไหนนะคะ

การเตรียมความพร้อมทางด้านการเงินให้กับลูก ก็ถือเป็นการรักษาความสัมพันธ์รูปแบบหนึ่ง ดังนั้นถ้าพ่อแม่อยากให้ลูกมีเงินเก็บก้อนโตล่ะก็ ลองทำตาม 3 วิธีง่ายๆ ที่แนะนำไปข้างต้น จะช่วยให้ลูกมีเงินเก็บเป็นทุนก่อนเรียนจบ จากวิธีทั้งหมดหวังว่าจะเป็นแนวทางให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้นะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก finance.rabbit.co.th

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คุณเคยสังเกตวันหมดอายุ ที่ติดอยู่ข้างขวดน้ำดื่มหรือเปล่า?

น้ำดื่ม มีวันหมดอายุด้วยหรือ ?                 ความจริงแล้ว น้ำดื่มไม่ได้หมดอายุนะคะ แต่เป็นภาชนะที่บรรจุน้ำต่างหากที่หมดอายุ และเชื่อว่าหลายคนอาจไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่า น้ำดื่มที่มีขายตามท้องตลาดนั้น จะต้องระบุวันหมดอายุเอาไว้ตาม พ.ร.บ.อาหารและยา (อย.) ด้วยเหตุผลเพราะว่าถึงแม้น้ำจะยังคงบรรจุอยู่ในขวดที่ปิดฝาสนิทและยังคงความใส แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งขวดพลาสติกที่บรรจุจะหมดสภาพลงไปเรื่อยๆ เพราะขวดน้ำดื่มบางชนิดถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้ครั้งเดียว ดังนั้นเมื่อเราซื้อน้ำดื่มที่บรรจุขวดขายตามร้านค้าบ่อยๆ ก็ควรรู้เรื่องดังต่อไปนี้ด้วยนะคะ ·          น้ำที่เปิดขวดทานแล้ว ควรทานให้หมด ไม่ควรเก็บนานเกิน 2 อาทิตย์ โดยเฉพาะที่ยกดื่มสู่ปาก เพราะ จุลินทรีย์และแบคทีเรีย จะเติบโตในน้ำที่เหลือได้ ·          น้ำดื่มขวดแก้ว และขวดพลาสติกใส ดีกว่าพลาสติกสีขาวขุ่น เช่น น้ำสิงห์ขวดแก้ว ·          ไม...

ประกันออมเงินเพื่ออนาคตของลูกน้อย อีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยออมเงินให้ลูก

                คุณพ่อ คุณแม่ที่มีลูกน้อย อย่าเพิ่งเบือนหน้าหนีเมื่อได้ยินคำว่าประกัน นะคะ เพราะปัจจุบันค่าครองชีพมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมาก ไหนจะค่าเทอม อุปกรณ์การเรียน ค่าเรียนพิเศษ ฯลฯ ถ้าคิดอยากส่งลูกให้ถึงฝั่งฝัน เงินก็เป็นปัจจัยหลักเหมือนกัน การ ออมเงินให้ลูก โดนการทำประกันนั้นก็เป็นตัวช่วยการออมอีกอย่าง แถมยังได้รับการคุ้มครองชีวิตไปด้วย ซึ่งเหตุผลหลักที่พ่อแม่ควรออมเงินด้วยการใช้ประกันออมเงิน มีดังนี้ค่ะ 1. พ่อแม่มือใหม่บางส่วนเป็นมนุษย์เงินเดือน มักไม่มีเวลามาดูแลลูกด้วยตัวเองอยู่แล้ว ง่วนอยู่กับการทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อชีวิตดีๆ ของตัวเอง เพื่อออมเงินให้ลูก ซึ่งต้องจ้างพี่เลี้ยง และซื้อนม ของใช้ต่างๆอีกมากมาย 2. คุ้มครองชีวิตและสุขภาพเมื่อลูกเจ็บป่วยขึ้นมาค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลก็แพง ซึ่งการเก็บเงินด้วยประกันออมเงินจึงเป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่งที่ช่วยในส่วนนี้ 3. ให้ลูกน้อยช่วยออมเงิน เมื่อลูกน้อยโตขึ้น ก็ลองให้เขาช่วยออมเงินดูสิคะ โดยเริ่มออมจากเงินค่าขนมโรงเรียน ซึ่งพ่อแม่ควรสอนให้เขารู้จักเหลื...

ออมเงินแบบไหนดี ? ระหว่างฝากธนาคาร กับ ทำประกันเงินออม

            การออมเงิน มีหลายวิธีซึ่งวิธีที่นิยมทำกันมากที่สุดคงจะเป็นวิธีการฝากเงินกับธนาคาร ในช่วง 4-5 ปีหลังมานี้การทำ ประกันเงินออม แบบสะสมทรพย์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการออมเงินที่ได้รับความมนิยมเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน แล้วการออมเงินทั้งสองแบบนี้มันแตกต่างกันยังไง ออมเงินแบบไหนจะดีกว่ากันไปดูกันเลยค่ะ                 การฝากเงินกับธนาคาร ข้อดีคือเราสามารถถอนเงินออกมาตอนไหนก็ได้ ซึ่งจะมีดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนในการฝากเงิน มีหลายรูปแบบมีความคล่องตัวสูง เมื่อทำการปิดบัญชีจะได้รับเงินที่ฝากไว้คืนทั้งหมดพร้อมกับดอกเบี้ยที่ได้รับด้วย                 การออมเงินโดยการทำ ประกันเงินออม วิธีนี้จะเป็นการที่เราฝากเงินเข้าไปเป็นประจำทุกเดือนหรือทุกปีตามที่บริษัทกำหนด ต้องฝากเงินให้ครบตามที่ระบุในสัญญาถึงจะได้เงินคืน แต่จะไม่ได้เงินกลับมาตามจำนวนที่เราจ่ายไปนะคะ จะได้เป็นเปอร์เซ็นต์แทน ข...